CREATIVE LEADERSHIP OF SCHOOL ADMINISTRATORS AFFECTINGTHE EFFECTIVENESS OF SCHOOLS UNDERTHE SECONDARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE SINGBURI ANGTHONG
Loading...
Date
Authors
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
Srinakharinwirot University
Abstract
This study had four objectives: 1) to examine the level of creative leadership among school administrators under the Sing Buri–Ang Thong Secondary Educational Service Area Office; 2) to examine the level of school effectiveness under the Sing Buri–Ang Thong Secondary Educational Service Area Office; 3) to investigate the relationship between the creative leadership of school administrators and school effectiveness under the Sing Buri–Ang Thong Secondary Educational Service Area Office; and 4) to examine the aspects of creative leadership of school administrators that affect school effectiveness under the Sing Buri–Ang Thong Secondary Educational Service Area Office. A quantitative research approach was employed. The sample consisted of 275 school administrators and civil servants under the Sing Buri–Ang Thong Secondary Educational Service Area Office, selected through simple random sampling. The research instrument was a questionnaire with a reliability coefficient of 0.97. Data were analyzed using frequency, percentage, mean, standard deviation, Pearson’s product–moment correlation coefficient, and multiple regression analysis. The research findings revealed that: 1) the overall level of creative leadership of school administrators was at the highest level; 2) the overall level of school effectiveness was at the highest level; 3) the creative leadership of school administrators and school effectiveness under the office were positively correlated at a high level with statistical significance at the .01 level; and 4) the aspects of creative leadership of school administrators under the office that affected school effectiveness were at a high level. The aspects of creativity and teamwork had a statistically significant effect on school effectiveness at the .01 level, while vision had a statistically significant effect at the .05 level. Together, these variables could predict 51.60% of the variance in school effectiveness. The predictive equation in score form is: Ŷ = 1.849 + 0.280X4 + 0.183X5 + 0.137X1 and the predictive equation in standardized score form is: Ẑ = 0.367X4 + 0.239X5 + 0.170X1
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง 2) เพื่อศึกษาระดับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาและประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง และ 4) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง ใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและข้าราชการ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง จำนวน 275 คน โดยวิธีสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย เครื่องมือวิจัยคือแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่น 0.97 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ระดับประสิทธิผลของสถานศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง ในภาพรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกอยู่ในระดับสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สิงห์บุรี อ่างทอง ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สิงห์บุรี อ่างทอง อยู่ในระดับสูง ด้านความคิดสร้างสรรค์ ด้านการทำงานเป็นทีม ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.1 และ ด้านวิสัยทัศน์ ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 และสามารถร่วมกันทำนายประสิทธิผลของสถานศึกษาได้ร้อยละ 51.60 สามารถสร้างสมการพยากรณ์ดังนี้ สมการพยากรณ์ในรูปคะแนน คือ Ŷ = 1.849 + 0.280X4 + 0.183X5 + 0.137X1 และ สมการพยากรณ์ในรูปแบบคะแนนมาตรฐาน คือ Ẑ = 0.367X4 + 0.239X5 + 0.170X1
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง 2) เพื่อศึกษาระดับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาและประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง และ 4) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง ใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและข้าราชการ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง จำนวน 275 คน โดยวิธีสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย เครื่องมือวิจัยคือแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่น 0.97 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ระดับประสิทธิผลของสถานศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง ในภาพรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกอยู่ในระดับสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สิงห์บุรี อ่างทอง ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สิงห์บุรี อ่างทอง อยู่ในระดับสูง ด้านความคิดสร้างสรรค์ ด้านการทำงานเป็นทีม ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.1 และ ด้านวิสัยทัศน์ ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 และสามารถร่วมกันทำนายประสิทธิผลของสถานศึกษาได้ร้อยละ 51.60 สามารถสร้างสมการพยากรณ์ดังนี้ สมการพยากรณ์ในรูปคะแนน คือ Ŷ = 1.849 + 0.280X4 + 0.183X5 + 0.137X1 และ สมการพยากรณ์ในรูปแบบคะแนนมาตรฐาน คือ Ẑ = 0.367X4 + 0.239X5 + 0.170X1