A LONGITUDINAL STUDY OF LIFE ADJUSTMENT OF TOURIST BOAT ENTREPRENEURS IN AMPHAWA DISTRICT, SAMUTSONGKHRAM PROVINCE
Loading...
Date
Authors
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
Srinakharinwirot University
Abstract
This Research the study titled “A Longitudinal Study on the Livelihoods of Tourist Boat Operators in Amphawa District, Samut Songkhram Province” aimed to examine the livelihoods and adaptation strategies of tourist boat operators in Amphawa across three periods: before the COVID-19 pandemic, during the crisis, and in the post-pandemic phase. This qualitative research involved purposive sampling of 30 tourist boat operators residing in Amphawa District. Data were collected through in-depth interviews and analyzed thematically according to the study objectives. The findings revealed: (1) Prior to COVID-19, operators had stable livelihoods with high income, achieved through deep integration of their occupation with local culture, traditions, and strong community cooperation networks. (2) During the COVID-19 crisis, operators faced severe economic and mental health challenges due to the halt in tourism, prompting diverse survival strategies including cost reduction, reliance on local resources, and mobilizing existing social capital networks for mutual support. (3) Post-crisis, operators focused on sustainability by applying lessons learned, developing new service models such as community tours, incorporating digital technology, strengthening hygiene and safety standards as competitive advantages, and adopting disciplined financial management to diversify risk. (4) To prepare for future crises, the study proposed the “BRF Model” as a framework for prevention and sustainable development, consisting of three pillars: Business Development (modernization and quality enhancement), Resource & Community (strengthening resource management and community collaboration), and Financial Management (building financial discipline and risk diversification). The study recommends proactive strategies involving government, private sector, and operators to develop tourism quality—improving infrastructure, marketing skills, and technology access—and reactive strategies to prepare for crises, including building social safety nets, enhancing financial security skills, and fostering rapid adaptation and recovery capacity.
การศึกษาวิจัย เรื่อง การศึกษาระยะยาวในการดำรงชีวิตของผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการดำรงชีวิตของผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงก่อน ช่วงระหว่างเกิด และช่วงหลังเกิดวิกฤตการณ์ COVID-19 ที่แพร่ระบาดในประเทศไทย สำหรับงานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลได้แก่ คือ ผู้ประกอบการเรือบริการนักท่องเที่ยว ที่อาศัยอยู่ในอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 30 คน โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก และใช้วิธีการวิเคราะห์แบบแก่นสาระตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ซึ่งผลการวิจัย พบว่า ประการที่ 1 ในช่วงก่อนCOVID-19 ระบาด ผู้ประกอบการเรือมีรายได้สูงและมีชีวิตที่มั่นคง โดยความสำเร็จนี้เกิดจากการประกอบอาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับ วัฒนธรรม ประเพณี และชุมชน โดยมีเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งเป็นกลไกหลักในการประกอบอาชีพ ประการที่ 2 ช่วงวิกฤต COVID-19 ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม อย่างรุนแรงเนื่องจากการท่องเที่ยวหยุดชะงัก ทำให้ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดโดยใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย ได้แก่ การลดรายจ่าย การพึ่งพาทรัพยากรท้องถิ่น และการใช้ "ทุนทางสังคม" ที่มีอยู่เดิมเป็นเครือข่ายช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประการที่ 3 หลังวิกฤต COVID-19 ระบาด มีการฟื้นฟูสู่เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของอาชีพด้วยการยกระดับการประกอบอาชีพ โดยนำบทเรียนที่ได้จากวิกฤตการณ์มาปรับใช้ โดยมีการพัฒนารูปแบบการบริการใหม่ ๆ เช่น ทัวร์ชุมชน นอกจากนั้นยังมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้อย่างจริงรวมถึงการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยให้เป็นจุดแข็ง และมีการบริหารจัดการการเงินอย่างมีวินัยเพื่อกระจายความเสี่ยง ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางการดำรงชีวิตเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ในอนาคต จึงมีการนำเสนอ "แนวทาง BRF" เป็นแนวทางการทางการดำรงชีวิตเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ในอนาคต ซึ่งประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ B (Business) การพัฒนาธุรกิจให้ทันสมัยและมีคุณภาพ R (Resource & Community) การจัดการทรัพยากรและความร่วมมือในชุมชนให้เข้มแข็งและ F (Financial Management) การบริหารการเงิน โดยมุ่งเน้นสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้ประกอบการเรือสามารถรับมือกับวิกฤตการณ์ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนข้อเสนอแนะการวิจัย จากการศึกษาพบว่าควรมีการพัฒนาเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเรือ ได้แก่ การส่งเสริมให้ภาครัฐมีการจัดสรรงบประมาณในการสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการเรือ และพัฒนาทักษะต่างๆ เช่น ภาษาอังกฤษ ทักษะการซ่อมเรือ เป็นต้น
การศึกษาวิจัย เรื่อง การศึกษาระยะยาวในการดำรงชีวิตของผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการดำรงชีวิตของผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงก่อน ช่วงระหว่างเกิด และช่วงหลังเกิดวิกฤตการณ์ COVID-19 ที่แพร่ระบาดในประเทศไทย สำหรับงานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลได้แก่ คือ ผู้ประกอบการเรือบริการนักท่องเที่ยว ที่อาศัยอยู่ในอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 30 คน โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก และใช้วิธีการวิเคราะห์แบบแก่นสาระตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ซึ่งผลการวิจัย พบว่า ประการที่ 1 ในช่วงก่อนCOVID-19 ระบาด ผู้ประกอบการเรือมีรายได้สูงและมีชีวิตที่มั่นคง โดยความสำเร็จนี้เกิดจากการประกอบอาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับ วัฒนธรรม ประเพณี และชุมชน โดยมีเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งเป็นกลไกหลักในการประกอบอาชีพ ประการที่ 2 ช่วงวิกฤต COVID-19 ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม อย่างรุนแรงเนื่องจากการท่องเที่ยวหยุดชะงัก ทำให้ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดโดยใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย ได้แก่ การลดรายจ่าย การพึ่งพาทรัพยากรท้องถิ่น และการใช้ "ทุนทางสังคม" ที่มีอยู่เดิมเป็นเครือข่ายช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประการที่ 3 หลังวิกฤต COVID-19 ระบาด มีการฟื้นฟูสู่เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของอาชีพด้วยการยกระดับการประกอบอาชีพ โดยนำบทเรียนที่ได้จากวิกฤตการณ์มาปรับใช้ โดยมีการพัฒนารูปแบบการบริการใหม่ ๆ เช่น ทัวร์ชุมชน นอกจากนั้นยังมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้อย่างจริงรวมถึงการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยให้เป็นจุดแข็ง และมีการบริหารจัดการการเงินอย่างมีวินัยเพื่อกระจายความเสี่ยง ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางการดำรงชีวิตเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ในอนาคต จึงมีการนำเสนอ "แนวทาง BRF" เป็นแนวทางการทางการดำรงชีวิตเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ในอนาคต ซึ่งประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ B (Business) การพัฒนาธุรกิจให้ทันสมัยและมีคุณภาพ R (Resource & Community) การจัดการทรัพยากรและความร่วมมือในชุมชนให้เข้มแข็งและ F (Financial Management) การบริหารการเงิน โดยมุ่งเน้นสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้ประกอบการเรือสามารถรับมือกับวิกฤตการณ์ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนข้อเสนอแนะการวิจัย จากการศึกษาพบว่าควรมีการพัฒนาเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเรือ ได้แก่ การส่งเสริมให้ภาครัฐมีการจัดสรรงบประมาณในการสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการเรือ และพัฒนาทักษะต่างๆ เช่น ภาษาอังกฤษ ทักษะการซ่อมเรือ เป็นต้น