DEVELOPMENT DRAMA ACTIVITIES IN THE WICHITWATHAKARN THEATRE TO PROMOTE THE VALUES OF SELF- SUFFICIENCY.
Loading...
Date
Authors
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
Srinakharinwirot University
Abstract
This research aims to 1)Development drama activities in the Wichitwathakarn Theater format to promote the Values of Self-Sufficiency; 2) The study results of the before and after using the Wichitwathakarn Theater to promote Values of Self-Sufficiency. The sample group used in this research included a of twenty seven student in Mathayom Three. This research employed anexperimental one group pretest-posttest research design. The data was collected data and experiments were performed on the sample group by using statistics,
a t-test the average and standard deviation. 1) The results of the study indicated that the creation of drama activities in the Wichitwathakarn Theater format to promote the Values of Self-Sufficiency by using the drama process for theater in education to learn about Self-Sufficiency Values and learn the drama format, which takes approximately fifty minites per session, once a week for up to nine weeks. The results on the in dex of item-objective congruence results regarding the format of the drama acttivities and the purpose of organizing the drama, according to the opinions of expects, with a consistency index of 1.00 in the Wichitwathakarn format. It can be concluded that the experts decided to use the Wichitwathakarn Theatre to promote the Values of Self-Sufficiency; 2) It was re vealed that the results of the experiment before and after the using drama activities to promote Self-Sufficiency. The average after the experiment in terms of using drama activities singnificantly with a statistical significance of 0.5
-งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนากิจกรรมละครในรูปแบบละครหลวงวิจิตรวาทการเพื่อส่งเสริมค่านิยมด้านความพอเพียง 2) เพื่อศึกษาผลก่อนและหลังการใช้กิจกรรมละครในรูปแบบละครหลวงวิจิตรวาทการเพื่อส่งเสริมค่านิยมด้านความพอเพียง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 จำนวน 27 คน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบทดลอง (Experimental Research) โดยใช้รูปแบบการทดลองแบบกลุ่มเดียวที่มีการศึกษาผลก่อนและหลัง (one group pretest-posttest design) ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลและทำการทดลองจากกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สถิติ t-test ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาสรุปว่า 1) ผลการศึกษาและสร้างกิจกรรมละครในรูปแบบละครหลวงวิจิตรวาทการเพื่อส่งเสริมค่านิยมด้านความพอเพียง โดยนำกระบวนการของละครเพื่อการศึกษา (Theater in education) มาใช้เพื่อเรียนรู้เรื่องค่านิยมความพอเพียงและรูปแบบของการแสดงละครหลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งใช้เวลาในการดำเนินกิจกรรม 9 สัปดาห์ๆละ 1 ครั้งๆละ 50 นาที ผลการทดสอบหาค่าความสอดคล้อง(IOC) ระหว่างรูปแบบกิจกรรมละครกับวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมละครในรูปแบบละครหลวงวิจิตรวาทการตามความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิมีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ที่ระดับ 1.00 สรุปได้ว่าผู้ทรงคุณวุฒิมีความคิดเห็นว่ารูปแบบกิจกรรมละครในรูปแบบละครหลวงวิจิตรวาทการเพื่อส่งเสริมค่านิยมด้านความพอเพียงมีความสอดคล้องกัน 2) พบว่าผลของการทดลองกิจกรรมระหว่างก่อนและหลังการใช้กิจกรรมละครเพื่อส่งเสริมค่านิยมด้านความพอเพียง มีค่าเฉลี่ยหลังการทดลองใช้กิจกรรมละครลดลงกว่าตอนการใช้กิจกรรมละครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
-งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนากิจกรรมละครในรูปแบบละครหลวงวิจิตรวาทการเพื่อส่งเสริมค่านิยมด้านความพอเพียง 2) เพื่อศึกษาผลก่อนและหลังการใช้กิจกรรมละครในรูปแบบละครหลวงวิจิตรวาทการเพื่อส่งเสริมค่านิยมด้านความพอเพียง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 จำนวน 27 คน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบทดลอง (Experimental Research) โดยใช้รูปแบบการทดลองแบบกลุ่มเดียวที่มีการศึกษาผลก่อนและหลัง (one group pretest-posttest design) ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลและทำการทดลองจากกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สถิติ t-test ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาสรุปว่า 1) ผลการศึกษาและสร้างกิจกรรมละครในรูปแบบละครหลวงวิจิตรวาทการเพื่อส่งเสริมค่านิยมด้านความพอเพียง โดยนำกระบวนการของละครเพื่อการศึกษา (Theater in education) มาใช้เพื่อเรียนรู้เรื่องค่านิยมความพอเพียงและรูปแบบของการแสดงละครหลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งใช้เวลาในการดำเนินกิจกรรม 9 สัปดาห์ๆละ 1 ครั้งๆละ 50 นาที ผลการทดสอบหาค่าความสอดคล้อง(IOC) ระหว่างรูปแบบกิจกรรมละครกับวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมละครในรูปแบบละครหลวงวิจิตรวาทการตามความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิมีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ที่ระดับ 1.00 สรุปได้ว่าผู้ทรงคุณวุฒิมีความคิดเห็นว่ารูปแบบกิจกรรมละครในรูปแบบละครหลวงวิจิตรวาทการเพื่อส่งเสริมค่านิยมด้านความพอเพียงมีความสอดคล้องกัน 2) พบว่าผลของการทดลองกิจกรรมระหว่างก่อนและหลังการใช้กิจกรรมละครเพื่อส่งเสริมค่านิยมด้านความพอเพียง มีค่าเฉลี่ยหลังการทดลองใช้กิจกรรมละครลดลงกว่าตอนการใช้กิจกรรมละครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Description
MASTER OF EDUCATION (M.Ed.)
การศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.)
การศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.)