GUIDELINES EXERCISE BEHAVIOR’S PROMOTION WITH HEALTH BELIEF MODEL AND SOCIAL SUPPORT OF THAILAND NATIONAL SPORTS UNIVERSITY STUDENT BANGKOK CAMPUS DURING COVID-19
Loading...
Date
Authors
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
Srinakharinwirot University
Abstract
The study is a combination of both quantitative and qualitative research methods and aims to study the health beliefs and social support that affected the exercise behavior of students at National Sports University, Bangkok campus, during the COVID-19 situation using quantitative research in order to find a relationship between health, social support beliefs and exercise behavior. The study included 272 students at the National Sports University, Bangkok campus, using stratified random sampling. According to the study, health stereotypes affected changes in exercise behavior, with a correlation value of 0.131 and social support factors affected changes in exercise behavior, with a correlation value of 0.669, with a statistical significance of 0.0.05 and illustrated the relationship between health belief patterns and social support affecting the occurrence of exercise behavior in which both factors have a correlation of 0.536, with a statistical significance of 0.05 and qualitative research to find ways to promote exercise behavior from group discussions with teachers and staff at National Sports University, Bangkok campus, who were responsible for their ability to provide information. The study found that health and social support schemes affect exercise behavior and will serve as guidelines for the development of students at National Sports University, Bangkok campus.
การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและการสนับสนุนทางสังคมที่มีผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกาย ของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกรุงเทพในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและการสนับสนุนทางสังคมกับพฤติกรรมการออกกำลังกาย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกรุงเทพ จำนวน 272 คน ด้วยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการออกกำลังกาย โดยมีค่าความสัมพันธ์ที่ 0.131และปัจจัยการสนับสนุนทางสังคมมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการออกกำลังกาย โดยมีค่าความสัมพันธ์อยู่ที่ 0.669 โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและการสนับสนุนทางสังคม ที่มีผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ 0.536 โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นการศึกษาเพื่อหาแนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมการออกกำลังกาย จากการจัดสนทนากลุ่มกับคณาจารย์และบุคลากรในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกรุงเทพ ที่มีหน้าที่ ประสบการณ์และความสามารถมาเป็นผู้ให้ข้อมูล การศึกษาพบว่า แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและการสนับสนุนทางสังคมมีผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายและจะเป็นแนวทางในการพัฒนาของนักศึกษามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกรุงเทพต่อไป
การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและการสนับสนุนทางสังคมที่มีผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกาย ของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกรุงเทพในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและการสนับสนุนทางสังคมกับพฤติกรรมการออกกำลังกาย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกรุงเทพ จำนวน 272 คน ด้วยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการออกกำลังกาย โดยมีค่าความสัมพันธ์ที่ 0.131และปัจจัยการสนับสนุนทางสังคมมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการออกกำลังกาย โดยมีค่าความสัมพันธ์อยู่ที่ 0.669 โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและการสนับสนุนทางสังคม ที่มีผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ 0.536 โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นการศึกษาเพื่อหาแนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมการออกกำลังกาย จากการจัดสนทนากลุ่มกับคณาจารย์และบุคลากรในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกรุงเทพ ที่มีหน้าที่ ประสบการณ์และความสามารถมาเป็นผู้ให้ข้อมูล การศึกษาพบว่า แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและการสนับสนุนทางสังคมมีผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายและจะเป็นแนวทางในการพัฒนาของนักศึกษามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกรุงเทพต่อไป