A DEVELOPMENT OF CREATIVE LEADERSHIP TEST OF LOWER SECONDARY STUDENTS OF THE SAINT GABRIEL FOUNDATION IN THAILAND
Loading...
Date
Authors
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
Srinakharinwirot University
Abstract
The aims of this research were as follows: (1) to create the qualified test on creative leadership among lower secondary school students; and (2) to verify the construct validity of the test on creative leadership by confirmatory factor analysis and the multi-trait and multi-method analysis. The participants included 487 students in lower secondary school of the Saint Gabriel Foundation in Thailand, recruited by means of multi-stage random sampling. The research tools consisted of the Creative Leadership five-point Likert Scale and a Three Option Situation Test. The construct validity was analyzed by confirmatory analysis and Multitrait-Multimethod. The research results found the following: (1) both the five-point Likert scale and the situation test had three factors: (1) imagination; (2) flexibility; and (3) vision. The discrimination index (r) of the five-point Likert scale items were 0.48-0.70, the reliability in each factor was 0.84-0.89 and the overall scale was 0.94. As for the situation test, the discrimination index (r) were 0.22-0.60, the reliability in each factor was 0.55-0.70 and the overall scale was 0.84; (2) the construct validity of both the five-point Likert scale and the situation test analyzed by CFA found that the model fit well with the empirical data. For the five-point Likert scale, it was found that the goodness of fit measure for the model were Chi-square = 324.28, df = 212, X2/df = 1.53, p-value = .00, GFI = 0.95, AGFI = 0.93, RMSEA = 0.04, SRMR = 0.04, CFI = 0.99. The multi-trait and multi-method analysis was used to verify the construct validity of the test on creative leadership and had convergent validity coefficients at 0.205-0.273 and the discrimination validity coefficients at 0.110-0.766.
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สร้างแบบวัดภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ชนิดมาตราส่วนประมาณค่าและชนิดสถานการณ์ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และ (2) เพื่อตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ ด้วยวิธีวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และวิธีวิเคราะห์หลายลักษณะหลายวิธี กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย จำนวน 487 คน ได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบวัดภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และชนิดสถานการณ์ 3 ตัวเลือก วิเคราะห์ความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างด้วยวิธีวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และวิธีวิเคราะห์แบบหลายลักษณะหลายวิธี ผลการวิจัยพบว่า (1) แบบวัดภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับและชนิดสถานการณ์ ประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ด้าน คือ ด้านจินตนาการ ด้านความยืดหยุ่น และด้านวิสัยทัศน์ โดยแบบวัดชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับมีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.46-0.69 ค่าความเชื่อมั่นรายด้านระหว่าง 0.4-0.89 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.94 ส่วนแบบวัดชนิดสถานการณ์มีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.27-0.59 ค่าความเชื่อมั่นรายด้านระหว่าง 0.55-0.70 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.84 (2) ค่าความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง โดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ของแบบวัดชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับพบว่า ค่าดัชนีความกลมกลืนของโมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Chi-square = 324.28, df = 212, X2/df = 1.53, p-value = .00, GFI = 0.95, AGFI = 0.93, RMSEA = 0.04, SRMR = 0.04, CFI = 0.99) และค่าความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างของแบบวัดภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ที่ตรวจสอบโดยวิธีวิเคราะห์หลายลักษณะหลายวิธี พบว่า มีค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ของความเที่ยงตรงเชิงเหมือนตั้งแต่ 0.205-0.273 และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของค่าความเที่ยงตรงเชิงจำแนก ตั้งแต่ 0.110-0.766.
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สร้างแบบวัดภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ชนิดมาตราส่วนประมาณค่าและชนิดสถานการณ์ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และ (2) เพื่อตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ ด้วยวิธีวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และวิธีวิเคราะห์หลายลักษณะหลายวิธี กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย จำนวน 487 คน ได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบวัดภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และชนิดสถานการณ์ 3 ตัวเลือก วิเคราะห์ความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างด้วยวิธีวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และวิธีวิเคราะห์แบบหลายลักษณะหลายวิธี ผลการวิจัยพบว่า (1) แบบวัดภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับและชนิดสถานการณ์ ประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ด้าน คือ ด้านจินตนาการ ด้านความยืดหยุ่น และด้านวิสัยทัศน์ โดยแบบวัดชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับมีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.46-0.69 ค่าความเชื่อมั่นรายด้านระหว่าง 0.4-0.89 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.94 ส่วนแบบวัดชนิดสถานการณ์มีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.27-0.59 ค่าความเชื่อมั่นรายด้านระหว่าง 0.55-0.70 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.84 (2) ค่าความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง โดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ของแบบวัดชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับพบว่า ค่าดัชนีความกลมกลืนของโมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Chi-square = 324.28, df = 212, X2/df = 1.53, p-value = .00, GFI = 0.95, AGFI = 0.93, RMSEA = 0.04, SRMR = 0.04, CFI = 0.99) และค่าความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างของแบบวัดภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ที่ตรวจสอบโดยวิธีวิเคราะห์หลายลักษณะหลายวิธี พบว่า มีค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ของความเที่ยงตรงเชิงเหมือนตั้งแต่ 0.205-0.273 และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของค่าความเที่ยงตรงเชิงจำแนก ตั้งแต่ 0.110-0.766.