CONCEPTUAL BLENDING IN THE MEANING CONSTRUCTIONOF NOUN-NOUN COMPOUNDS IN THAI
Loading...
Date
Authors
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
Srinakharinwirot University
Abstract
This research aims to analyze the meaning constructions of noun-noun compounds in Thai and to analyze the cognitive process of Thai language users in the construction of noun-noun compounds within the conceptual blending theory and a framework of meaning construction analysis. The data were collected from noun-noun compounds appearing in Royal Institute Dictionary and Klangkam (revised edition). The results of analyzing the meaning constructions of noun-noun compounds in Thai found that there are two major types of noun-noun compounds in Thai: endocentric noun-noun compounds and exocentric noun-noun compounds. In the case of endocentric noun-noun compounds, five subtypes were identified: (1) noun-noun compounds with original meaning-based profile determinant and an original meaning-based modifier; (2) noun-noun compounds with original meaning-based profile determinant and a metaphor-based modifier; (3) noun-noun compounds with original meaning-based profile determinant and a metonymy-based modifier; (4) noun-noun compounds with metaphor-based profile determinant and an original meaning-based modifier; (5) noun-noun compounds with metonymy-based profile determinant and an original meaning-based modifier. In the case of exocentric noun-noun compounds, four subtypes were identified: (1) noun-noun compounds with metaphor-based profile determinant and a metaphor-based modifier; (2) noun-noun compounds with metaphor-based profile determinant and a metonymy-based modifier; (3) noun-noun compounds with metonymy-based profile determinant and a metonymy-based modifier; (4) noun-noun compounds with metonymy-based profile determinant and a metaphor-based modifier. The analysis for the cognitive process of Thai language users in the construction of noun-noun compounds revealed that the meanings of noun-noun compounds in Thai in both endocentric noun-noun compounds and exocentric noun-noun compounds are related to conceptual metaphors and conceptual metonymy. This reflects comparative thinking of Thai language users in the construction of noun-noun compounds.
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างทางความหมายของคำประสมแบบนาม-นามในภาษาไทย และวิเคราะห์กระบวนการทางปริชานของผู้ใช้ภาษาไทยในการสร้างคำประสมแบบนาม-นาม โดยใช้ทฤษฎีหลอมรวมมโนทัศน์และกรอบการวิเคราะห์กระบวนการทางความหมายของคำประสม ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษารวบรวมจากคำประสมแบบนาม-นามที่ปรากฏในพจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน และคำประสมแบบนาม-นามที่ปรากฏในหนังสือคลังคำ (ฉบับปรับปรุง) ผลการวิเคราะห์โครงสร้างทางความหมายของคำประสมแบบนาม-นามในภาษาไทย พบว่า โครงสร้างทางความหมายของคำประสมแบบนาม-นามในภาษาไทยแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ คำประสมแบบนาม-นามที่เป็นคำประสมแบบเข้าศูนย์ และคำประสมแบบนาม-นามที่เป็นคำประสมแบบออกศูนย์ คำประสมแบบนาม-นามที่เป็นคำประสมแบบเข้าศูนย์ แบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทย่อย ได้แก่ 1) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นและส่วนขยายเป็นคำที่มีเค้าความหมายเดิม 2) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นเป็นคำที่มีเค้าความหมายเดิมและส่วนขยายเป็นอุปลักษณ์ 3) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นเป็นคำที่มีเค้าความหมายเดิมและส่วนขยายเป็นนามนัย 4) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นเป็นอุปลักษณ์และส่วนขยายเป็นคำที่มีเค้าความหมายเดิม และ 5) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นเป็นนามนัยและส่วนขยายเป็นคำที่มีเค้าความหมายเดิม คำประสมแบบนาม-นาม ที่เป็นคำประสมแบบออกศูนย์ แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทย่อย ได้แก่ 1) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นและส่วนขยายเป็นอุปลักษณ์ 2) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นเป็นอุปลักษณ์ และส่วนขยายเป็นนามนัย 3) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นและส่วนขยายเป็นนามนัย และ 4) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นเป็นนามนัยและส่วนขยายเป็นอุปลักษณ์ ผลการวิเคราะห์กระบวนการทางปริชานของผู้ใช้ภาษาไทยในการสร้างคำประสมแบบนาม-นาม พบว่า ความหมายของคำประสมแบบนาม-นาม ในภาษาไทย ทั้งคำประสมแบบนาม-นามที่เป็นคำประสมแบบเข้าศูนย์และคำประสมแบบนาม-นามที่เป็นคำประสมแบบออกศูนย์ เกี่ยวข้องกับอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์และนามนัยเชิงมโนทัศน์ สะท้อนให้เห็นความคิดแบบเปรียบเทียบของผู้ใช้ภาษาไทยในการสร้างคำประสมแบบนาม-นาม
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างทางความหมายของคำประสมแบบนาม-นามในภาษาไทย และวิเคราะห์กระบวนการทางปริชานของผู้ใช้ภาษาไทยในการสร้างคำประสมแบบนาม-นาม โดยใช้ทฤษฎีหลอมรวมมโนทัศน์และกรอบการวิเคราะห์กระบวนการทางความหมายของคำประสม ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษารวบรวมจากคำประสมแบบนาม-นามที่ปรากฏในพจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน และคำประสมแบบนาม-นามที่ปรากฏในหนังสือคลังคำ (ฉบับปรับปรุง) ผลการวิเคราะห์โครงสร้างทางความหมายของคำประสมแบบนาม-นามในภาษาไทย พบว่า โครงสร้างทางความหมายของคำประสมแบบนาม-นามในภาษาไทยแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ คำประสมแบบนาม-นามที่เป็นคำประสมแบบเข้าศูนย์ และคำประสมแบบนาม-นามที่เป็นคำประสมแบบออกศูนย์ คำประสมแบบนาม-นามที่เป็นคำประสมแบบเข้าศูนย์ แบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทย่อย ได้แก่ 1) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นและส่วนขยายเป็นคำที่มีเค้าความหมายเดิม 2) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นเป็นคำที่มีเค้าความหมายเดิมและส่วนขยายเป็นอุปลักษณ์ 3) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นเป็นคำที่มีเค้าความหมายเดิมและส่วนขยายเป็นนามนัย 4) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นเป็นอุปลักษณ์และส่วนขยายเป็นคำที่มีเค้าความหมายเดิม และ 5) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นเป็นนามนัยและส่วนขยายเป็นคำที่มีเค้าความหมายเดิม คำประสมแบบนาม-นาม ที่เป็นคำประสมแบบออกศูนย์ แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทย่อย ได้แก่ 1) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นและส่วนขยายเป็นอุปลักษณ์ 2) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นเป็นอุปลักษณ์ และส่วนขยายเป็นนามนัย 3) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นและส่วนขยายเป็นนามนัย และ 4) คำประสมที่มีส่วนแสดงความเด่นเป็นนามนัยและส่วนขยายเป็นอุปลักษณ์ ผลการวิเคราะห์กระบวนการทางปริชานของผู้ใช้ภาษาไทยในการสร้างคำประสมแบบนาม-นาม พบว่า ความหมายของคำประสมแบบนาม-นาม ในภาษาไทย ทั้งคำประสมแบบนาม-นามที่เป็นคำประสมแบบเข้าศูนย์และคำประสมแบบนาม-นามที่เป็นคำประสมแบบออกศูนย์ เกี่ยวข้องกับอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์และนามนัยเชิงมโนทัศน์ สะท้อนให้เห็นความคิดแบบเปรียบเทียบของผู้ใช้ภาษาไทยในการสร้างคำประสมแบบนาม-นาม