CLINICAL STUDY OF DIODE LASER WITH ULTRASONIC SCALER IN PERIODONTAL TREATMENT
Loading...
Date
Authors
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
Srinakharinwirot University
Abstract
The present study aims is to evaluate the effectiveness of the clinical outcome of the use of a diode laser with an ultrasonic scaler compare to an ultrasonic scaler alone in periodontal treatment. Materials and methods: There were 30 patients with chronic periodontitis (moderate to severe) who were then randomly divided into two groups: Group One (control) and Group Two (test). For all of the groups, scaling and root planing a full mouth in a single visit was performed with ultrasonic scaler only. In the test group, a diode laser was used after scaling and root planing during the same visit, but only in a periodontal pocket that had a pocket depth of ≥ 5 mm. (PD ≥ 5 mm.). The clinical parameters were recorded before treatment and one, three and six months after treatment. Result: There were significant difference found between groups, in term of bleeding on probing (BOP) for ≥ 5 mm. pocket depth after three and six months (p<0.05), pocket reduction, and clinical attachment gain for ≥ 7 mm. pocket depth after six months (p<0.05). Conclusions: The use of a diode laser with ultrasonic scaler in periodontal treatment showed significantly improved in BOP at pocket depth ≥ 5 mm., in pocket reduction, and clinical attachment gain at pocket depth ≥ 7 mm.
วัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลทางคลินิกระหว่างการใช้ไดโอดเลเซอร์ร่วมกับเครื่องขูดหินน้ำลายอัลตราโซนิคกับการใช้เครื่องขูดหินน้ำลายอัลตราโซนิคเพียงอย่างเดียวในการรักษาโรคปริทันต์อักเสบระดับปานกลางถึงรุนแรง ด้วยการขูดหินน้ำลายและเกลารากฟันทั้งปากในคราวเดียวเสร็จ วิธีการวิจัย อาสาสมัคร 30 คน เป็นผู้ป่วยโรคปริทันต์อักเสบระดับปานกลางถึงรุนแรง แบ่งเป็น 2 กลุ่มด้วยวิธีการแบบสุ่ม ได้แก่กลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง ทั้ง 2 กลุ่มได้รับการขูดหินน้ำลายและเกลารากฟันทั้งปากในคราวเดียวเสร็จด้วยเครื่องขูดหินน้ำลายอัลตราโซนิค เพียงอย่างเดียวในกลุ่มควบคุมและใช้ไดโอดเลเซอร์เสริมด้วยในกลุ่มทดลอง ทำเลเซอร์เฉพาะตำแหน่งร่องลึกปริทันต์ที่มีขนาด ≥ 5 มม. ขึ้นไป ทำเลเซอร์ภายหลังการขูดหินน้ำลายเกลารากฟันทั้งปากเสร็จ ในนัดการรักษาครั้งเดียวกัน ติดตามผลการรักษาที่เวลา 1,3 และ 6 เดือน ผลการศึกษาพบว่าในกลุ่มทดลองที่ตำแหน่งร่องลึกปริทันต์ขนาดเริ่มต้น ≥ 5 มม. มีการลดลงของร้อยละค่าดัชนีการเลือดออกของเหงือกแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ที่เวลา 3 เดือนและ 6 เดือนเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม และพบว่าในตำแหน่งร่องลึกปริทันต์ที่มีขนาดเริ่มต้น ≥ 7 มิลลิเมตรนั้น กลุ่มทดลองมีการลดลงของร่องลึกปริทันต์ และการเพิ่มขึ้นของระดับการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์แตกต่างระหว่างกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ที่เวลา 6 เดือน สรุปผลว่าการใช้ไดโอดเลเซอร์ร่วมกับเครื่องขูดหินน้ำลายอัลตราโซนิคในการรักษาโรคปริทันต์อักเสบระดับปานกลางถึงรุนแรง สามารถลดร้อยละดัชนีการเลือดออกของเหงือกที่ตำแหน่งร่องลึกปริทันต์ขนาด ≥ 5 มม. และลดขนาดร่องลึกปริทันต์และเพิ่มระดับการยึดเกาะของอวัยวะปริทันต์ได้ในร่องลึกปริทันต์ขนาด ≥ 7 มม. ขึ้นไป
วัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลทางคลินิกระหว่างการใช้ไดโอดเลเซอร์ร่วมกับเครื่องขูดหินน้ำลายอัลตราโซนิคกับการใช้เครื่องขูดหินน้ำลายอัลตราโซนิคเพียงอย่างเดียวในการรักษาโรคปริทันต์อักเสบระดับปานกลางถึงรุนแรง ด้วยการขูดหินน้ำลายและเกลารากฟันทั้งปากในคราวเดียวเสร็จ วิธีการวิจัย อาสาสมัคร 30 คน เป็นผู้ป่วยโรคปริทันต์อักเสบระดับปานกลางถึงรุนแรง แบ่งเป็น 2 กลุ่มด้วยวิธีการแบบสุ่ม ได้แก่กลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง ทั้ง 2 กลุ่มได้รับการขูดหินน้ำลายและเกลารากฟันทั้งปากในคราวเดียวเสร็จด้วยเครื่องขูดหินน้ำลายอัลตราโซนิค เพียงอย่างเดียวในกลุ่มควบคุมและใช้ไดโอดเลเซอร์เสริมด้วยในกลุ่มทดลอง ทำเลเซอร์เฉพาะตำแหน่งร่องลึกปริทันต์ที่มีขนาด ≥ 5 มม. ขึ้นไป ทำเลเซอร์ภายหลังการขูดหินน้ำลายเกลารากฟันทั้งปากเสร็จ ในนัดการรักษาครั้งเดียวกัน ติดตามผลการรักษาที่เวลา 1,3 และ 6 เดือน ผลการศึกษาพบว่าในกลุ่มทดลองที่ตำแหน่งร่องลึกปริทันต์ขนาดเริ่มต้น ≥ 5 มม. มีการลดลงของร้อยละค่าดัชนีการเลือดออกของเหงือกแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ที่เวลา 3 เดือนและ 6 เดือนเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม และพบว่าในตำแหน่งร่องลึกปริทันต์ที่มีขนาดเริ่มต้น ≥ 7 มิลลิเมตรนั้น กลุ่มทดลองมีการลดลงของร่องลึกปริทันต์ และการเพิ่มขึ้นของระดับการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์แตกต่างระหว่างกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ที่เวลา 6 เดือน สรุปผลว่าการใช้ไดโอดเลเซอร์ร่วมกับเครื่องขูดหินน้ำลายอัลตราโซนิคในการรักษาโรคปริทันต์อักเสบระดับปานกลางถึงรุนแรง สามารถลดร้อยละดัชนีการเลือดออกของเหงือกที่ตำแหน่งร่องลึกปริทันต์ขนาด ≥ 5 มม. และลดขนาดร่องลึกปริทันต์และเพิ่มระดับการยึดเกาะของอวัยวะปริทันต์ได้ในร่องลึกปริทันต์ขนาด ≥ 7 มม. ขึ้นไป
Description
MASTER OF SCIENCE (M.Sc.)
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.)
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม.)